ยามเย็น

จริงไหมกับประโยคที่บอกว่า “ในยามแสนเศร้า คนเราชอบดูพระอาทิตย์อัสดง” ไม่แปลกเลยหากใครจะคุ้นเคยหรือคล้ายว่าเคยได้ยินประโยคนี้จากที่ไหน หากคุณเคยอ่านวรรณกรรมที่เขียนโดย อองตวน เดอ แซงเตก ซูเปรี คุณจะพบกับประโยคนี้ในหน้า44 ในเรื่องเจ้าชายน้อย (Le Petit Prince ) ซึ่งวรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรม

กลับมาที่ประโยคคำถามที่ได้กล่าวไว้ในช่วงต้น ในยามแสนเศร้า คนเราชอบดูพระอาทิตย์อัสดง เหตุผลที่ใครบางคนชอบดูพระอาทิตย์อัสดงหรือพระอาทิตย์ตกดิน เป็นเพราะคนๆ นั้นกำลังรู้สึกเศร้าจริงหรือ มีหลากหลายคำตอบซึ่งแต่ละคนก็ตอบไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าคนเราไม่มีทางคิดเหมือนกันทั้งโลกหรอกจริงไหม?

ความรู้สึกตอนมองดูพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปนั่น จะเศร้าหรือสุขก็ต้องดูจากอารมณ์และสภาพจิตใจของเราในตอนนั้นด้วย หากอารมณ์ดีมีความสุข ความรู้สึกว่าทำไมแสงสีทองช่างสวยงามได้ขนาดนี้ แต่หากเป็นอารมณ์เสียหรือกำลังเร่งรีบ เราก็จะรู้สึกว่าทำไมช่วงเวลามันช่างผ่านไปเร็วจัง วันหนึ่งๆ ยังทำอะไรไม่เสร็จสักอย่างเลย หากเป็นอารมณ์อกหัก ความรู้สึกเหงา เศร้า ท้อแท้ก็จะเข้ามาแทนที่

นอกจากความรู้สึกเศร้า เหงา ท้องแท้ และมีความสุขแล้ว ประโยชน์จากการมองพระอาทิตย์อัสดงก็มีให้เราได้ศึกษาด้วยเช่นกัน มีผลงานวิจัยหลายชิ้นการันตีถึงประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพเรามากมายถึงเรื่องการนั่งมองพระอาทิตย์อัสดง โดยผลวิจัยจากหลายสถาบันบอกว่า การดูพระอาทิตย์ตกดินไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เรามีช่วงเวลาผ่อนคลายความตึงเครียดในแต่ละวันเท่านั้น ยังช่วงให้ร่างกายทำงานตามระบบเวลาของนาฬิกาชีวิตได้อย่างราบรื่นอีกด้วย ซึ่งสรุปได้ดังนี้

ช่วยพัฒนาความคิดเชิงบวกและสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต มีผลการทดลองกล่าวไว้ว่า ผู้ทดลองที่ได้มีเวลาดื่มด่ำกับภาพพระอาทิตย์ตกดินจะเกิดความรู้สึกพึงพอใจ อิ่มเอมและในช่วงเวลาสั้นๆ จะทำให้เกิดสมาธิ มีโอกาสใช้มุมมองด้านบวกมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดแรงผลักดันทำให้มีความหวังในการใช้ชีวิต  ซึ่งนักจิตวิทยาเน้นย้ำว่า การโบกมือลาของพระอาทิตย์ก็เปรียบเสมือนสัญญาณว่าเราใช้ชีวิตผ่านพ้นไปได้อีก 1วัน และตราบใดที่พระอาทิตย์ยังคงขึ้นจากขอบฟ้า ความหวังก็ยังคงมีในชีวิตตลอดไปนั่นเอง

เติมพลังชีวิตอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมฝึกสมาธิและส่งเสริมสุขภาพ ธรรมชาติก็เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีให้จิตวิญญาณ ยิ่งเราได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากแค่ไหนเราก็จะยิ่งมีพลังใจเพื่อต่อสู้กับอุปสรรค ปัญหาหรือสิ่งต่างๆ มากยิ่งขึ้น นั่นเพราะออกซิเจนที่เราได้รับเข้าไปพร้อมกับบรรยากาศที่กำลังสบายในช่วงเย็นนั้น จะปลุกให้สมองและระบบต่างๆ ในร่างกายตื่นตัว สดใสและกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ง่ายๆ นั่นเอง อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ออกกำลังกายเบาๆ ยามเย็นเคล้าแสงแดดอ่อนๆ ไปด้วย เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ลดอาการวิตกกังวล และลดความเครียด

ช่วยให้เราห่างไกลจากโลกเทคโนโลยีหรือโซเซียลต่างๆ (ชั่วคราว) แน่นอนว่าสังคมของเราตอนนี้คือสังคมแห่งการก้มหน้า ความรู้ทุกอย่างอยู่แค่จอสี่เหลี่ยมเล็กๆ บนมือถือ ถึงแม้ความเร็วในการรับรู้ข่าวสารจะเป็นข้อดีแต่ใช่ว่าสิ่งที่ดีจะไม่มีผลเสียตามมาเลย ที่เห็นชัดเจนมากที่สุดก็คือเราคุยกันน้อยลง เวลาว่างที่มีให้กันก็น้อยลง เพราะถูกโซเซียลมีเดียแย่งเวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

กระตุ้นจิตสำนึกด้านดี  ภาพสวยงามของธรรมชาติจะทำให้เราเกิดความรู้สึกปลื้มปิติจนอยากขอบคุณธรรมชาติที่รังสรรค์สิ่งดีๆ แบบนี้มาให้กับเราได้ชื่นชม นักจิตวิทยาอธิบายเพิ่มเติมว่า ความรู้สึกเหล่านี้มีความเกี่ยวเนื่องกับจิตสำนึกด้านดี ที่จะชักนำให้เราแสดงออกด้วยพฤติกรรมเชิงบวก อีกทั้งจะช่วยให้รู้สึก รื่นเริง พร้อมทั้งยังฝึกความอดทนได้เป็นอย่างดี

นี่อาจเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ในยามแสนเศร้า คนเราชอบดูพระอาทิตย์อัสดง จริงหรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรเสียเวลาที่ดูพระอาทิตย์ตก อย่างมองแต่ดวงอาทิตย์ ให้มองที่ใจของเราเอง มองให้ลึกๆ อะไรที่เรามี อะไรที่เราเสียไป และแท้จริงแล้วเราจะพบกับสัจธรรมของชีวิต บางสิ่งอาจย้อนมาเหมือนดวงอาทิตย์ บางสิ่งอาจเปลี่ยนไป ในวันพรุ่ง

Weewy Omyim Smile

Weerawan_KK

Comments

ร่วมแชร์ความคิดเห็นได้ที่นี่